พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพ ไตรมงคล

เจดีย์ส่วนใหญ่ในเมืองไทยนับตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาถึงปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน แต่กระนั้นก็ยังมีเจดีย์อีกจำนวนหนึ่งที่สร้างด้วยวัสดุที่แตกต่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “เจดีย์สเตนเลส” ของเมืองหาดใหญ่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์สเตนเลสองค์แรกของโลก
เจดีย์สเตนเลสองค์นี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพไตรมงคล” แต่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกกันว่า “เจดีย์สเตนเลส” หรือ “วัดสเตนเลส”
เจดีย์สเตนเลสตั้งอยู่บนยอดเขาคอหงส์ ถ.ปุณณกัณฑ์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจดีย์องค์นี้ชื่อว่าเป็นเจดีย์สเตนเลสองค์แรกของโลก สร้างขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี และเพื่อเป็นศูนย์รวมใจสืบสานพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย โดยมีการวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 28 ก.พ. 2549 และสร้างแล้วเสร็จใน 160 วัน
เจดีย์สเตนเลสเป็นการนำสเตนเลสเส้นกลมหลายขนาดจำนวนมาก มารังสรรค์เรียงเชื่อมต่อกันเป็นรูป 3 เหลี่ยมของเจดีย์ เป็นสีเงินแวววาว โดยเฉพาะยามต้องแสงแดดนั้นจะส่องประกายแวววาวเป็นเงางาม
เจดีย์สเตนเลสมีการทำส่วนยอดเป็นเส้นวงคล้ายปล้องไฉนและมีฉัตรอยู่บนยอดสูงสุด ขณะที่ด้านล่างมีฐานวงกลมก่ออิฐฉาบปูนทาสีเหลืองทอง มีการเจาะช่องประตูหน้าต่างเป็นวงกลม ให้คนสามารถเดินเข้าไปชมสิ่งที่น่าสนใจภายใน ที่มีการนำสเตนเลสมาจัดแต่งอย่างสวยงาม โดยประตูแต่ละบาน (ช่อง) จะเป็นช่องประตูประจำวันเกิดรวม 8 ช่อง (วันพุธมี 2 ช่อง พุธกลางวัน-กลางคืน) พร้อมมีพระประจำวันเกิดอยู่ข้างในให้สักการบูชา

ภายในฐานเจดีย์มีทางเดินเป็นบันไดเวียนสเตนเลสอย่างสวยงามนำสู่ชั้น 2 ซึ่งสามารถขึ้นไปถ่ายรูปดูส่วนที่เป็นโครงสร้างเจดีย์ ดูสิ่งตกแต่งประดับประดาอื่นๆ รวมถึงทำบุญในบาตรสเตนเลสที่มีอยู่ทั่วไป นอกจากนี้บนฐานชั้น 2 ยังมีระเบียงให้ออกไปชมวิวทิวทัศน์ แต่ส่วนใหญ่ทางผู้ดูแลจะปิดล็อกใส่กุญแจไว้
นอกจากเจดีย์แล้ว ที่นี่ยังมีพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท เจ้าแม่กวนอิม และสิ่งน่าสนใจอื่นๆให้ผู้ที่เข้ามาได้สักการะ สัมผัสชื่นชมกัน โดยในทุกวันที่ 7, 17 และ 27 เวลา 10.20 น. ของทุกเดือน ที่เจดีย์แห่งนี้ได้จัดให้ประชาชนทั่วไปขึ้นมาร่วมทำสังฆทานกัน
นี่ก็คือมนต์เสน่ห์ของเจดีย์สเตนเลสที่แม้จะสร้างด้วยวัสดุที่แตกต่างจากเจดีย์ทั่วไป แต่ก็มีความงดงาม สมส่วน อีกทั้งยังมีความแปลกใหม่ นับเป็นการผสมผสานงานพุทธศิลป์ งานสถาปัตยกรรม และงานวิศวกรรรม ให้ออกมาได้อย่างกลมกลืนลงตัวไม่น้อย
/ขอบคุณ ททท